กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียมีแนวคิดเลี้ยงสุกรในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออกที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นคริสต์ชน หวังส่งออกไปจีนที่กำลังมีปัญหาโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกันระบาด

จังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออกอยู่ทางใต้สุดของอินโดนีเซีย ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 500 เกาะ ประชากรส่วนใหญ่เป็นคริสต์ชน ต่างจากชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่ที่เป็นมุสลิม รับประทานเนื้อหมูเป็นอาหารหลัก และเลี้ยงสุกรหนึ่งในสี่ของประเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรอินโดนีเซียเผยว่า ช่วงสี่ปีมานี้ชาวบ้านเลี้ยงสุกรมากขึ้นร้อยละ 10 รวมเป็น 8.5 ล้านตัวทั้งประเทศ เหลือเพียงพอต่อการส่งออก ขณะนี้โรคอหิวาต์สุกรแอฟริกันกำลังระบาดในประเทศที่รับประทานเนื้อหมูเป็นหลักอย่างจีนและเวียดนาม จึงเป็นโอกาสดีที่อินโดนีเซียจะขยายตลาดส่งออกสุกรมีชีวิตและเนื้อหมูไปยังประเทศเหล่านี้ รวมถึงตลาดอื่นอย่างกัมพูชาและเมียนมาด้วย

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เผยว่า ปัจจุบันอินโดนีเซียส่งออกสุกรมีชีวิตจากเกาะบูลัน ใกล้สิงคโปร์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น เปิดโอกาสให้แก่พื้นที่อื่นอย่างจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก จังหวัดสุลาเวสีเหนือและจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก ปีที่แล้วอินโดนีเซียส่งออกสุกร 28,000 ตัน หรือราว 560,000 ตัว หากคำนวณจากน้ำหนักสุกรเฉลี่ยตัวละ 50-100 กิโลกรัม

นอกจากอินโดนีเซียที่มองเห็นโอกาสแล้ว แคนาดาก็เป็นประเทศหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากโรคอหิวาต์สุกรระบาดในจีนเพราะส่งออกเนื้อหมูไปจีนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 เมื่อเดือนมีนาคม โดยนำเข้าจากสหรัฐแล้วส่งออกไปจีน เนื่องจากเนื้อสุกรสหรัฐถูกจีนเก็บภาษีอัตราสูงอยู่ กระทรวงเกษตรสหรัฐคาดว่า โรคอหิวาต์สุกรแอฟริกันระบาดจะทำให้จีนมีสุกรลดลงร้อยละ 20 ในปีนี้ ขณะที่เวียดนามกำจัดสุกรไปแล้วกว่า 1.7 ล้านตัว ด้านนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้เผยว่า ดูเหมือนโรคนี้เริ่มระบาดในเกาหลีเหนือแล้ว จึงได้สั่งการให้เพิ่มการกักตรวจโรคบริเวณพรมแดนอย่างเข้มงวด ป้องกันเชื้อระบาดมาจากหมูป่าบริเวณพรมแดน